หัวเว็บเพจ english center ภาพ1หัวเว็บเพจ english center ภาพ2
หัวเว็บเพจ english center ภาพ3หัวเว็บเพจ english center ภาพ4
หัวเว็บเพจ english center ภาพ5animation การเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ เือกสถาบันสอนภาษาใดดี ภาพ6หัวเว็บเพจ english center ภาพ7
ปุ่มหน้าแรก ปุ๋มเกี่ยวกับเรา ปุ่มเก่งไวยากรณ์ ปุ่มเก่งบทสนทนา ปุ่มภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก ปุ่มการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ปุ่มติดต่อเรา
 

p_htwทำไมกลเม็ด
    จึงไขความลับ
    ภาษาอังกฤษได้
p_htwการลงทุนกับ
    ภาษาอังกฤษเป็น
    การลงทุนที่คุ้มค่า
    ที่สุด
p_htwภาษาอังกฤษ
    เล่มไหนดี
p_htwเลือกสถาบัน
    สอนภาษาใดดี

   

   

   

   
   

    

    
    

    


    

   

   

   


   

   






   

    

    





                       เลือกสถาบันสอนภาษาใดดี?

 

                                                    วงกต จันทพานิช pic_won_gปุ่มลิ้งค์ไป facebook 

 

ถาบันสอนภาษาอังกฤษทุกแห่งย่อมมีมาตรฐานเป็นของตนเอง และก็ต้องพยายามรักษา
มาตรฐานนี้ไว้ มิฉะนั้นสถาบันสอนภาษานั้นๆก็มิอาจตั้งอยู่ได้ ดังนั้น สถาบันสอนภาษาต่างๆ
ที่เปิดดำเนินการอยู่ในเวลานี้ จึงล้วนมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น
สถาบันสอนภาษา ระดับใหญ่ๆ ระดับกลางๆ ระดับเล็กๆ หรือแม้แต่ tutor ที่เปิดสอนเป็น
การส่วนตัวก็ตาม กระนั้นก็ดี ผู้เรียนควรต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของสถาบันสอนภาษา
หรือ tutor ท่านนั้นๆด้วยตนเองเสียอีกชั้นหนึ่งก่อนด้วยเพื่อความมั่นใจ

เมื่อมั่นใจในความน่าเชื่อถือแล้ว การที่เราจะเลือกสถาบันสอนภาษาใดหรือ tutor ท่านใดมา
เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเรา ก็จะมาขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนล้วนๆว่า ‘เราจะต้องเตรียมตัวกัน
อย่างไร’ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกและควักสตางค์ออกมาจ่ายค่าเล่าเรียนเป็นลำดับต่อไป

การเตรียมตัวของผู้เรียนในการเลือกสถาบันสอนภาษา

การเตรียมตัวของผู้เรียนในการเลือกสถาบันสอนภาษาเพื่อเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษจะมี 2 ขั้น
ตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนแรก

1. การรู้จุดเด่นหรือจุดแข็งของสถาบันสอนภาษา นี่คือสิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ
สถาบันสอนภาษา และจุดเด่นหรือจุดแข็งของสถาบันสอนภาษาก็คือ

     1) ความเชี่ยวชาญในเรื่องบทสนทนาภาษาอังกฤษต่างๆ (conversations)
     2) การใช้เวลาอันสั้นในการช่วยให้เราสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้

2. จุดมุ่งหมายของผู้เรียนในการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ถ้าจุดมุ่ง หมายของผู้เรียนสอด
คล้องกับจุดเด่นหรือจุดแข็งทั้ง 2 ข้อข้างต้น เราก็สามารถตัดสินใจเลือกสถาบันสอนภาษา
เพื่อเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเราได้ทันที

แต่ถ้าจุดมุ่งหมายของเราไม่สอดคล้องกับจุดเด่นหรือจุดแข็งทั้ง 2 ข้อข้างต้น หรือสอดคล้อง
เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็ให้เราหาทางเลือกอื่นๆที่นอกเหนือไปจากสถาบันสอนภาษามาเทียบ
เคียง แล้วก็ให้ชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียต่างๆให้ดีระหว่างสถาบันสอนภาษากับทางเลือกอื่นๆ
นั้น แล้วค่อยตัดสินใจเลือก

3. งบประมาณที่มีอยู่ ดังได้กล่าวแล้วว่าสถาบันสอนภาษาอังกฤษทุกแห่งย่อมมีมาตรฐานเป็น
ของตนเอง ดังนั้น ค่าเล่าเรียนนั้นจะถูกหรือแพงก็ไม่สำคัญครับ ขอให้ค่าเล่าเรียนนั้นสอด
คล้องกับงบประมาณที่เรามีอยู่เท่านั้นเป็นพอ

4. จะเลือกผู้สอนฝรั่งหรือผู้สอนไทยดี? ผู้สอนฝรั่งและผู้สอนคนไทยต่างก็มีข้อดีและข้อด้อย
สำหรับผู้เรียนแตกต่างกันไปดังนี้

     4.1 ข้อดีและข้อด้อยของผู้สอนฝรั่งที่มีต่อผู้เรียนก็คือ
           –ทุกคำพูดหรือทุกคำสอนของผู้สอนฝรั่งจะมีนัยของความรู้ภาษาอังกฤษให้ผู้เรียน
             จดจำและนำไปใช้ได้

           –ผู้สอนฝรั่งมีการออกเสียงและมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องแบบเจ้าของภาษา
             หรือใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา

           –เมื่อใดก็ตามที่ผู้เรียนสามารถสื่อสารกับผู้สอนฝรั่งได้อย่างไหลลื่น ก็เท่ากับเป็น
             การเปิดทางไปสู่การสื่อสารกับฝรั่งคนอื่นๆต่อไปได้เช่นกัน

           –ผู้สอนฝรั่งมักไม่มีกลเม็ดภาษาอังกฤษมาสอนหรือมาแนะนำให้กับผู้เรียน แต่ก็มี
             ข้อชดเชยในเรื่องการเรียนการสอนแบบเป็นธรรมชาติ

           –ผู้เรียนต้องมีความตื่นตัวและความพร้อมอยู่เสมอที่จะต้องแกะทุกคำพูดของผู้สอน
             ฝรั่งให้ออก
ถ้าแกะไม่ออกเราจะกลายเป็นผู้ที่ตามคนอื่นในชั้นเรียนไม่ทันไปทันที
             และความมั่นใจก็จะค่อยๆลดลง

ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเรามีความพร้อมตรงนี้หรือไม่ เราควรเลือกเรียนกับผู้สอนคนไทยจะเป็นการ
ดีกว่า

     4.2  ข้อดีและข้อด้อยของผู้สอนคนไทยที่มีต่อผู้เรียนก็คือ
           –ผู้สอนคนไทยมักมีหลักจิตวิทยาที่สอดคล้องกับนิสัยของคนไทยมากระตุ้นให้ผู้
             เรียนกล้าสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับผู้อื่นได้

           –ผู้สอนคนไทยมักมีกลเม็ดหรือมีประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกผู้เรียนในการจัดการ
             กับปัญหาภาษาอังกฤษต่างๆได้

           –การเรียนกับผู้สอนคนไทยจะมีความผ่อนคลาย เป็นกันเอง และมีความสนุกมาก
             กว่าการเรียนกับผู้สอนฝรั่ง

           –เมื่อเกิดปัญหาไม่เข้าใจตรงไหน การถามข้อข้องใจจากผู้สอนคนไทยจะมีความ
             สะดวกและคล่องตัวมากกว่าผู้สอนฝรั่ง

           –ผู้สอนคนไทยมักมีปัญหาในการออกเสียงและมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่ยังไม่ถูก
             ต้องในแบบเจ้าของภาษาหรือในแบบที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา

จากข้อดีและข้อด้อยดังกล่าวข้างต้นนี้ ท่านผู้อ่านสามารถเปรียบเทียบได้ว่า ตัวเราพร้อมที่จะ
เรียนกับผู้สอนฝรั่งหรือผู้สอนคนไทยดี

ขั้นตอนที่สอง

ขั้นตอนที่สองนี้จะมีความสำคัญมากกว่าขั้นตอนแรก และผู้เรียนจำนวนไม่น้อยก็มักจะไม่
ทราบด้วยว่าต้องมีการเตรียมตัวในขั้นตอนที่สองนี้ด้วย ดังนั้น เมื่อเข้าไปเรียนกับสถาบัน
สอนภาษาแล้ว ก็มักจะประสบกับความล้มเหลว แล้วก็มักจะกล่าวโทษว่าสถาบันสอนภาษา
นั้นๆว่าสอนไม่ดี หรือตัวเองเลือกสถาบันสอนภาษาผิด และก็มีไม่น้อยที่เข็ดขยาดกับการ
เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปเลย ทั้งๆที่เป็นความก้าวหน้าของตัวเองแท้ๆ

จากข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนได้ไปสำรวจมาก็คือ ความล้มเหลวของผู้เรียนภาษาอังกฤษกับ
สถาบันสอนภาษานั้น ไม่ได้เกิดจากตัวผู้สอนหรือสถาบันที่สอนเป็นหลัก แต่เกิดจากการขาด
การเตรียมตัวในขั้นตอนที่สองของผู้เรียนเป็นหลัก นั่นคือ ถ้าผู้เรียนไม่มีการเตรียมตัวในขั้น
ตอนที่สองเลย ผู้เรียนก็จะล้มเหลว แต่ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในขั้นตอนที่สองนี้ ก็จะประสบ
ผลสำเร็จ

การเตรียมตัวขั้นตอนที่สองในการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษกับสถาบันสอนภาษามีอะไรบ้าง?

1. ผู้เรียนต้องไม่เข้าใจผิดว่า เมื่อเข้าไปเรียนภาษาอังกฤษกับสถาบันสอนภาษาใดแล้ว ตัวเองจะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติตามจำนวนชั่วโมงที่ได้เรียนไป ในลักษณะ
ที่ว่าผู้เรียนจะกระตือรือร้นและมีใจจดจ่ออยู่กับภาษาอังกฤษก็แต่เฉพาะในชั่วโมงเรียนเท่านั้น
เมื่อพ้นชั่วโมงเรียนไปแล้วก็แล้วกันไป

นี่นับว่าเป็นการผิดธรรมชาติของภาษาอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง ภาษา อังกฤษนั้นเป็นเรื่องของ
การหมั่นทบทวนบทเรียนและเป็นเรื่องของการหมั่นค้นคว้าหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ขนาดเจ้า
ของภาษาเองยังต้องหมั่นทบทวนและหมั่นค้นคว้าเกี่ยวกับภาษาของตนเลย นับประสาอะไร
กับเราที่ใช้ภาษา อังกฤษเป็นภาษาที่สอง

การขาดความเข้าใจในธรรมชาติของภาษาอังกฤษนี้เอง ที่ทำให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษกับ
สถาบันสอนภาษาต้องล้มเหลว ในขณะที่ผู้เรียนที่เข้าใจธรรมชาตินี้โดยมีการหมั่นทบทวนบท
เรียนอยู่เสมอ ก็จะประสบผลสำเร็จเมื่อได้เรียนจบคอร์สหนึ่งๆไปแล้ว

2. เราต้องไม่ลืมว่า ภาษาอังกฤษนั้นขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเองถึง 90% และขึ้นอยู่กับผู้สอน
หรือห้องเรียนเพียง 10% เท่านั้น

และแม้ว่า 10% ของสถาบันสอนภาษาหรือของ tutor จะมีลักษณะพิเศษตรงที่เป็น  10%
แบบเข้มข้นก็ตาม ก็ยังขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนอยู่ดีที่จะรักษาความเข้มข้นนี้ให้คงอยู่ไว้ได้อย่างไร
และจะต่อยอดให้ 10% กลาย เป็น 20%, 30%, 40%, 50%, 60%, 70 % และ
100 % ได้อย่างไร

3. เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ หลังชั่วโมงการเรียนทุกครั้งเราจะต้องรีบทำการทบทวนบทเรียน
ทันที

ถ้าเกิดไม่เข้าใจตรงไหน เราควรเข้าไปค้นคว้าหาความกระจ่างใน website ต่างๆ หรือไป
หาซื้อหนังสือไวยากรณ์อังกฤษมาไขปัญหาทันที หรือไม่ก็จดไว้เพื่อไว้ถามผู้สอนในชั่วโมง
เรียนถัดไป อย่าปล่อยให้ปัญหาความไม่เข้าใจนี้คาราคาซังอยู่ เพราะจะมีผลต่อการเรียนใน
ชั่วโมงต่อไป รวมทั้งจะมีผลโดยตรงกับความสำเร็จที่จะได้รับจากคอร์สวิชาที่เราลงเรียนด้วย

การหมั่นทบทวนบทเรียนนี้ ไม่เพียงจะมีส่วนช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาที่ได้เรียนมาแล้วเป็น
อย่างดี แต่ยังมีส่วนโดยอ้อมที่จะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาที่จะเรียนในชั่วโมงถัดไปได้ง่ายขึ้น
รวมทั้งยังมีส่วนโดยตรงให้เราค่อยๆเพิ่มพูนและต่อยอดความรู้ที่เราได้รับจากผู้สอน จนตัว
เรามีทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวันอีกด้วย

เมื่อเรียนจบคอร์สแล้ว เราก็จะประสบผลสำเร็จและสามารถใช้ภาษา อังกฤษในการสื่อสารได้
ตามจุดมุ่งหมายของคอร์สนั้นๆอย่างแน่นอน

4. เมื่อเราได้มีทักษะภาษาอังกฤษตามจุดมุ่งหมายของตัวเราและของคอร์สนั้นๆแล้ว เราก็ ควรต้องหมั่นศึกษาค้นคว้าภาษาอังกฤษต่อไป เราต้องเอาภาษาอังกฤษเป็นเพื่อนเราไปเลย
อย่าได้ทอดทิ้งกันไปเป็นอันขาด มิฉะนั้น ทักษะภาษาอังกฤษที่เราสู้อุตสาห์สละกำลังทรัพย์
ไปเรียนมา และสู้อุตสาห์มุมานะพยายามค้นคว้าหาเพิ่มเติมมาได้ ก็จะค่อยๆเจือจางลงไป
เรื่อยๆตามกาลเวลา จนต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งก็เป็นได้

[back to top] or [home]