หัวเว็บเพจ english novel หน้า1 ภาพ1หัวเว็บเพจ english novel หน้า1 ภาพ2
หัวเว็บเพจ english novel หน้า1 ภาพ3หัวเว็บเพจ english novel หน้า1 ภาพ4
หัวเว็บเพจ english novel หน้า1 ภาพ5animation ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก สนุกกับการอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษ หน้า1 ภาพ6หัวเว็บเพจ english novel หน้า1 ภาพ7
ปุ่มหน้าแรก ปุ่มเกี่ยวกับเรา ปุ่มเก่งไวยากรณ์ ปุ่มเก่งบทสนทนา ปุ่มภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก ปุ่มการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ปุ่มติดต่อเรา
 

p_gra_rสนุกกับหนังสือ
    อ่านนอกเวลา
p_eng_noสนุกกับการอ่าน
    นวนิยายภาษาอังกฤษ
p_lakoละครประทับใจ
    กับการเสริมสร้าง
    ทักษะภาษาอังกฤษ
p_g_dicDictionary คือ
    เพื่อนฝรั่งข้างกาย
p_suppoการใช้ที่เหมาะ
    กับพจนานุกรม
    อังกฤษ-ไทย
p_s_engสนุกกับ Google
    สนุกกับภาษาอังกฤษ
p_b&nสนุกกับการอ่าน
    Bangkok Post
    และ The Nation
p_w_newsวิธีการเขียนข่าว
    ภาษาอังกฤษ


    

   

   

   


   

   






   

    

    





                               สนุกกับการอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษ

 

                                                                                                  วงกต จันทพานิช ภาพวงกต จันทพานิช ปุ่มลิ้งค์ไป facebook

รูปหนังสือชื่อ The Bourne indentity       นี่คือนวนิยายของ Robert Ludlum ซึ่งวางตลาดตั้งแต่ปี 1980
(พ.ศ. ๒๕๒๓) สมัยที่มีนักอ่านอยู่ไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่สามารถอ่านนว-
นิยายภาษาอังกฤษได้ ภาษาที่ใช้จึงเต็มไปด้วยสำนวนและสแลงในแบบ
ที่เจ้าของภาษาใช้ จนยากที่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองจะเข้าใจ
ได้ ผู้เขียนจึงใช้เวลาไปกว่า 4 เดือนกว่าจะอ่านนวนิยายเรื่องนี้จบ


     ส่วนเล่มนี้เป็นผลงานของ Dan Brown ซึ่งปรากฏตัวบนบรรณ-
พิภพ ในปี 2003 อันเป็นยุคสมัยที่มีผู้คนกว่าค่อนโลกสามารถอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษ
รูปหนังสือชื่อ The Da Vinci codeได้ ภาษาที่ใช้จึงเป็นภาษาที่ไม่ยากจนเกินไป
ผู้เขียนจึงอ่านนวนิยาย
เรื่องนี้จบภายในเวลา 5-6 วันเท่านั้น

    นี่คือข้อเท็จจริงที่แสดงว่า ในปัจจุบันนักประพันธ์ฝรั่งทั้งหลายเวลา
จะเขียนนวนิยายของตนก็จะคำนึงถึงตลาดของผู้อ่านที่ขยายตัวออกไป
ประมาณค่อนโลกแล้วด้วย อันเป็นตลาดของผู้อ่านที่สามารถอ่านภาษา
อังกฤษได้ แต่ยังไม่แตกฉานถึงขั้นเจ้าของภาษา นักประพันธ์เหล่านี้
จึงได้ลดทอนความยากของสำนวนภาษาและสแลงต่างๆลงมาเป็นอัน
มาก เพื่อให้ครอบคลุมถึงนักอ่านหน้าใหม่ๆดังกล่าวนี้ อันหมายถึงยอด
ขายที่จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาลนั่นเอง

    ผลลัพธ์จึงปรากฏอออมาดังนี้ The Bourne Identity ของ Robert Ludlum ตีพิมพ์
จำหน่ายมาแล้วประมาณ 30 กว่าปี แต่กลับมียอดขายทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 500,000 เล่ม
เท่านั้น ส่วน The Da Vinci Code ของ Dan Brown ตีพิมพ์จำหน่ายมาประมาณแค่ 10
ปี แต่มียอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 80 ล้านเล่ม!!!

    เมื่อเป็นดังนี้ การอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่นักเรียนระดับมัธยม
ศึกษาของเราก็สามารถอ่านกันได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เคยไปอยู่หรือเคยไปเรียนที่เมือง
นอกเมืองนาเหมือนที่เคยเป็นมาอีกต่อไป

    และนี่ก็คือกระแสของโลกในยุคปัจจุบัน ที่นักอ่านจากทั่วโลกไม่ต้องเสียเวลารอนวนิยาย
ฉบับแปลในพากย์ภาษาของตนเองอีกแล้ว แต่สามารถอ่านจากฉบับภาษาอังกฤษได้เลย
และก็ได้อ่านพร้อมกับคนอื่นๆทั่วโลกอีกด้วย

    และแน่นอนว่าการอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษก็คือช่องทางสำคัญช่องทางหนึ่งในการ
เพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษของผู้คนกว่าค่อนโลก และพวกเราก็กำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น

 

ควรเลือกอ่านแนวใดดี

    เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านวนิยายภาษาอังกฤษในปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายแนวแล้ว
แต่การจัดแบ่งประเภท แต่ที่เรารู้จักกันดีก็จะได้แก่ แนว drama, แนว romance, แนว
adventure, แนว spy/detective, แนว suspense, แนว thriller, แนว horror,
แนว science fiction (sci-fi) และแนว fantasy เป็นต้น

    แนวที่เราควรจะเลือกอ่านก็ได้แก่แนว romance เนื่องจากภาษาที่ใช้ในแนว romance มักจะเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำของเราเป็นส่วนใหญ่ อันจะทำให้เราได้ประโยชน์ในการ
นำเอาสำนวนภาษาเหล่านั้นมาใช้ได้ทันที

    อีกประการหนึ่งก็คือ นวนิยายแนว romance ในปัจจุบันนั้น แม้จะยังคงเป็นผลงานของ
นักประพันธ์หญิงเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถอ่านได้ทั้งหญิงและชายแล้ว เพราะมีการดำเนิน
เรื่องที่รวดเร็วเร้าใจ รวมทั้งตัวละครเอกที่เป็นฝ่ายหญิงและชายก็มักจะมีบทบาทพอๆกัน
อันแตกต่างไปจากวรรณกรรมแนว romance ในอดีตเป็นอย่างยิ่ง

 

Twilight

    นวนิยายที่ผมจะแนะนำให้เริ่มอ่านก็คือนิยายแนว fantasy romance เรื่อง Twilight
ของ Stephenie Meyer

รูปหนังสือชื่อ Twilight    Twilight เป็นนวนิยายสำหรับเด็กวัยรุ่น (young adult novel/fiction) ก็จริงอยู่ แต่เป็นนวนิยายที่สามารถอ่านได้
ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่เลยทีเดียว

    สำนวนภาษาของ Twilight นั้นง่าย ระดับนักเรียนชั้นมัธยมต้น
บ้านเราก็สามารถอ่านได้โดยไม่ยากเพราะตำราเรียนภาษาอังกฤษชั้น
มัธยมต้นของไทยเราในเวลานี้ ได้รับการยกเครื่องใหม่จนส่วนหนึ่งเอื้อ
ต่อการอ่านนวนิยายสำหรับเด็กวัยรุ่นต่างๆที่มีความยากง่ายทางภาษาใน
ระดับ Twilight แล้วด้วย

    และถ้าบางตอนของ Twilight ตำราเรียนภาษาอังกฤษเกิดรับมือไม่ไหวขึ้นมา ก็ให้
คลิ๊กเข้าไปที่บทความเกี่ยวกับหลักไวยากรณ์ของผู้เขียน รับรองว่ารับมือได้แน่นอน เช่น
ใน Twilight จะมีการใช้ present participle อยู่หลายที่ ท่านผู้อ่านก็สามารถคลิ๊กเข้า
ไปอ่านบทความเรื่อง present participle ของผู้เขียน แล้วก็จะเข้าใจการใช้ present
participle ต่างๆใน Twilight ทันที ฯลฯ

    เมื่อเป็นดังนี้ จึงเป็นที่แน่นอนว่า Twilight ตลอดจนนวนิยายสำหรับเด็กวัยรุ่นเล่มอื่นๆ
เป็นนวนิยายภาษาอังกฤษที่คนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถอ่านให้เข้าใจได้โดย
ไม่ยาก

    Twilight เป็นนวนิยายที่อ่านสนุกมาก สนุกกว่าภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย Kristen
Stewart และ Robert Pattinson หลายเท่า เรียกว่าอ่านแล้ววางไม่ลง เพราะฝีมือใน
การประพันธ์ของ Meyer นั้นสามารถบรรยายภาพของเมือง Forks อันขมุกขมัวอยู่ชั่วนา
ตาปี ให้ลอยออกมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเราเลยทีเดียว

    และบทสนทนาตลอดจนห้วงคิดคำนึงของนางเอกคือ Bella Swan ก็แฝงไปด้วยอารมณ์
ขันและจินตนาการ จนบางครั้งอ่านไปก็ต้องอมยิ้มไปกับวิธีการคิดและการมองโลกของสาว
น้อยวัย 17 ปีคนนี้

    Twilight จึงเป็นนวนิยายที่พ่อแม่ลูกสามารถมานั่งล้อมวงช่วยกันอ่านได้อย่างสนุก
สนานและได้ทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นกันทั้งครอบครัวเลยทีเดียว

    Twilight หาซื้อได้ทาง online และที่ร้านหนังสือ Asia Books ในราคาเล่มละ 350
บาทครับ

 

นวนิยายภาษาอังกฤษฟรีบนโลก online

    สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังไม่อยากเสียเงิน จนกว่าจะแน่ใจว่าตัวเองสามารถอ่านนวนิยาย
ภาษาอังกฤษไปได้ตลอดรอดฝั่ง ก็ขอแนะนำให้อ่านฟรีบนโลก online ก่อนได้

    ปัจจุบันมีสำนักพิมพ์ต่างประเทศหลายสำนึกพิมพ์ได้นำนวนิยายของตนมา upload ให้
นักอ่านได้ทดลองอ่านกันฟรีๆทาง internet และถ้าเกิดติดใจขึ้นมาก็สามารถสั่งซื้อหนังสือ
มาอ่านกันได้

    และนวนิยาย online ที่ผมจะแนะนำให้อ่านก็คือ Hide in Plain Sight (เร้นไม่ลับ)
โดย Marta Perry (www.harlequin.com)

    Hide in Plain Sight เป็นนวนิยายแนว suspense romance หรือ romantic
suspense ที่อ่านสนุกมากมาย ไม่แพ้ Twilight เลยทีเดียว เพียงแต่ว่าสำนวนภาษาอาจ
จะยากกว่า Twilight อยู่นิดหนึ่ง จึงเหมาะกับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป

(อ่านต่อหน้า 2)                                          1 2

 [back to top] or [home]