หัวเว็บเพจ self sentenceหัวเว็บเพจ self sentence ภาพ2
หัวเว็บเพจ self sentence ภาพ3หังเว็บเพจ self sentence ภาพ4
หัวเว็บเพจ self sentence ภาพ5animation เก่งบทสนทนา การสร้างประโยคสนทนาด้วยตนเอง ภาพ6หัวเว็บเพจ self sentence ภาพ7
englishtrick.com about us good grammar good speak fun english english skill contact us
 

p_ten(1)การกล่าวคำทักทาย
p_ten(2)การกล่าวคำอำลา
p_mo_vการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    verb to be
    และ verb to have
p_howการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    question words
p_postการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    what
p_gspการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    which
p_gspการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    how   
p_talkการสร้างประโยค
    สนทนาด้วยตนเอง
p_vtbเก่งภาษาอังกฤษด้วย
    verb to be
p_vthเก่งภาษาอังกฤษด้วย
    verb to have
p_cuเก่งคำนามนับไม่ได้
    uncountable noun


   

   






   

    

    





การสร้างประโยคสนทนาภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

 

                                                                           วงกต จันทพานิช ภาพวงกต ปุ่มลิ้งค์ไป facebook

 

    การที่เราจะเก่งในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้แบบเจ้าของภาษานั้นมีกลเม็ดหรือ
เคล็ดลับอยู่ 2 ประการคือ

    1. การมีประโยคสำเร็จรูปสำหรับการสนทนาภาษาอังกฤษตามสถานการณ์ต่างๆ  เช่น
การกล่าวคำทักทายและกล่าวคำอำลา, การกล่าวคำขอโทษและการกล่าวแสดงความเสียใจ
ตลอดจนการใช้ modal verb เพื่อแสดงมารยาททางสังคมต่างๆ เช่น การขออนุญาต,
การขอให้ช่วย และการเชื้อเชิญต่างๆ เป็นต้น ฯลฯ

    และประโยคสนทนาสำเร็จรูปเหล่านี้ทาง www.englishtrick.com และ
englishtrick.com Facebook ได้กล่าวถึงไปเรียบร้อยแล้ว

    2. ความสามารถในการสร้างประโยคสนทนาภาษาอังกฤษได้เอง โดยไม่จำเป็นต้อง
พึ่งประโยคสนทนาสำเร็จรูปแต่เพียงประการเดียวเท่านั้น

จุดอ่อนของประโยคสำเร็จรูปสำหรับการสนทนาตามสถานการณ์
ต่างๆ

    การมี ‘ประโยคสำเร็จรูปสำหรับการสนทนาตามสถานการณ์ต่างๆ’ นั้น แม้จะเป็นสิ่ง
จำเป็นที่ผู้ที่สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษทุกคนต้องมีไว้ใช้เมื่อเราต้องประสบกับสถานการณ์การ
ใช้ภาษาอังกฤษต่างๆ เช่น การกล่าวทักทายหรือการกล่าวอำลา ฯลฯ เราก็จะสามารถนำ
เอาประโยคสำเร็จรูปดังกล่าวนี้ออกมาใช้ได้ทันที

    แต่ ‘ประโยคสำเร็จรูปสำหรับการสนทนาตามสถานการณ์ต่างๆ’ ก็มีจุดอ่อนในเชิงปฏิบัติ
เนื่องจากเป็นความรู้ภาษาอังกฤษแบบตั้งรับ (passive)

    ความรู้แบบตั้งรับ (passive) มีจุดอ่อนในเชิงปฏิบัติ ก็เพราะเราต้องคอยให้มีคนเข้า
มาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับเราก่อน เราจึงจะได้ใช้ประโยคสำเร็จรูปของเรา และโอกาส
เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นได้น้อย นานวันเข้าประโยคสำเร็จรูปที่เราสู้อุตส่าห์ท่องจำไว้ก็จะค่อยๆเลือน
ไปจากความทรงจำของเรา และพอถึงวันใช้จริงเข้า เราก็จะไม่สามารถใช้ได้อย่างคล่อง
แคล่วหรือถูกต้องได้

    ทุกวันนี้พวกเราคนไทยในแทบจะทุกมุมของประเทศมีโอกาสที่จะฝึกทักษะภาษาอังกฤษ
ของตนเองอยู่แล้ว เพราะพวกเราจะพบเห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวอยู่มากมายเต็มไปหมด แต่เรา
ก็ไม่สามารถฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษของเราได้เลย เพียงเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหน
เดินเข้ามาคุยกับเราหรือมาถามทางเรา

    นี่นับว่าเป็นการสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย!

    ความรู้ภาษาอังกฤษที่เน้นเฉพาะการเรียนรู้แบบ passive เท่านั้น จึงมักไม่ค่อยได้ผล
และก็ล้มเหลวกันตลอดมา

    เมื่อ ‘ประโยคสำเร็จรูปสำหรับการสนทนาตามสถานการณ์ต่างๆเป็นความรู้ภาษาอังกฤษ
แบบตั้งรับ (passive)’ ที่มีจุดอ่อนในเชิงปฏิบัติ เราจึงต้องการความรู้ภาษาอังกฤษเชิงรุก
(active) เพื่อเข้ามาเสริมจุดอ่อนนี้ให้กลายเป็นจุดแข็งอันฟรุ้งฟริ้งขึ้นมา

    นั่นคือ การที่เราจะเก่งในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้แบบเจ้าของภาษานั้นเราจะ
ต้องมีทั้ง 1) ประโยคสำเร็จรูปสำหรับการสนทนาตามสถานการณ์ต่างๆ  และ 2) ความรู้
ภาษาอังกฤษเชิงรุก (active) ควบคู่กันไป

 

ความรู้ภาษาอังกฤษเชิงรุก (active) คืออะไร

    ความรู้ภาษาอังกฤษเชิงรุก (active) ก็คือ ‘ความสามารถในการสร้างประโยคสนทนา
ภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเราเอง’

ความสามารถในการสร้างประโยคสนทนาภาษาอังกฤษได้ด้วย
ตัวเราเองคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร

    ความสามารถในการสร้างประโยคสนทนาภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเราเองก็คือ  ความ
สามารถของตัวเราในการเป็นฝ่ายเริ่มต้นเปิดบทสนทนาภาษาอังกฤษได้เองในทุกๆสถาน
การณ์ โดยไม่ต้องคอยให้ฝรั่งเข้ามาพูดกับเราก่อน

    เช่น เมื่อเห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวเดินอยู่ แทนที่เราจะคอยลุ้นว่าฝรั่งจะเดินมาถามอะไรเรา
หรือไม่ เพื่อจะได้ฝึกภาษาอังกฤษที่ได้เรียนมา เราก็จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาฝรั่ง แล้วก็เริ่ม
บทสนทนาภาษาอังกฤษกับฝรั่งเสียเอง

    นี่ละครับคือ ความรู้ภาษาอังกฤษเชิงรุก (active) ที่ตัวเราเองจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูด
ภาษาอังกฤษก่อน ไม่ใช่คอยให้มีใครเข้ามาถามถึงจะได้พูด

    ความรู้ภาษาอังกฤษเชิงรุก (active) หรือ ‘ความสามารถในการสร้างประโยคสนทนา
ภาษาอังกฤษได้เอง’ จะเกิดขึ้นได้จากการที่เราได้ทำความรู้จักกับ ‘คำกริยา (verb)’ ว่า
verb แต่ละคำมีความหมายว่าอะไรและเจ้าของภาษานิยมใช้ verb นั้นๆในรูปของโครง
สร้างประโยคแบบใดบ้าง

    เช่น คำกริยา put มีความหมายว่า ‘วาง’ และเป็นคำกริยาที่ต้องมี ‘กรรม’ มารองรับ
(transitive verb) รวมทั้งต้องมีส่วนขยายความ เช่น  ‘คำวิเศษณ์’ หรือ  ‘บุพบทวลีด้วย’
เช่น

    Put the gun down.

    Put the cups on that table.

Verb กับการก่อให้เกิดความสามารถในการสร้างประโยคสนทนา
ภาษาอังกฤษได้เอง

    Verb เป็นหัวใจที่สำคัญของภาษาอังกฤษ และเป็นความสำคัญในระดับเดียวกับหลัก
ไวยากรณ์อังกฤษด้วย เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ:

    1. หัวใจของการสื่อสารทางภาษาก็คือ ‘การสื่อความหมาย’ และคำกริยาก็คือคำที่ใช้
ใน ‘การสื่อความหมาย’ คำกริยาจึงเป็นหัวใจของการสื่อสารทางภาษาไปโดยปริยาย

    เช่น ถ้าเรารู้ว่าคำกริยา put สื่อความหมายว่า ‘วาง’ ฯลฯ เราก็จะสามารถใช้คำกริยา
put ไปสื่อสารทางภาษากับบุคคลอื่นได้

    2. คำกริยาภาษาอังกฤษแต่ละคำจะมีโครงสร้างประโยคหรือ verb pattern ที่เป็น
เฉพาะของตน และเราก็ต้องใช้ไปตามนั้น จะไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ เพราะผู้รับสารจากเราจะ
ไม่เข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ

    เช่น คำกริยา put นี้ ถ้าเราไปพูดว่า Put the cups โดยไม่มีส่วนขยายความ เจ้า
ของภาษาก็จะไม่เข้าใจว่า Put the cups หมายถึงอะไร

    แต่ถ้าสื่อออกไปครบถ้วนทั้งโครงสร้างคือมีทั้งกรรมและส่วนขยายความเป็น Put the
cups on that table. ผู้รับสารจากเราก็จะเข้าใจความหมายของประโยคนี้ได้ทันที

    เมื่อเป็นดังนี้ ถ้าเราต้องการที่จะเก่งภาษาอังกฤษ เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องของ
‘verb’ ไว้ นั่นคือ เราจำเป็นต้องเรียนรู้ ‘ความหมายของ verb’ และ ‘การใช้โครงสร้าง
ประโยคของ verb’ แต่ละคำก่อน เพราะ verb นี้เองที่ทำให้ผู้รับสารจากเราเข้าใจความ
หมายของสิ่งที่เราต้องการจะสื่อนั่นเอง

    กล่าวโดยสรุปก็คือ การเรียนรู้เรื่องของ verb นั้นเท่ากับ ‘เป็นการเข้าไปควบคุมหัวใจ
ของการสื่อสารทางภาษาไว้’ เมื่อเราควบคุมไว้ได้แล้ว ‘ความสามารถในการสร้างประโยค
สนทนาภาษาอังกฤษของเราก็จะเกิดขึ้นได้เองโดยอัตโนมัติ’ ทันที

คำกริยาพื้นฐานที่ก่อให้เกิดความสามารถในการสร้างประโยค
สนทนาภาษาอังกฤษได้เอง

    คำกริยาพื้นฐานที่จะก่อให้เกิดความสามารถในการสร้างประโยคสนทนาภาษาอังกฤษ
ได้เองได้แก่คำกริยาดังต่อไปนี้ verb to be, verb to have, ride, drive, come,
go, get, take, bring, make, do, put, คำกริยาที่ใช้กับ that clause, คำกริยาที่
ใช้กับ question-word clause และคำกริยาที่ใช้ในรูปของโครงสร้างประโยคแบบกรรม
ตรง (direct object) และกรรมรอง (indirect object) เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมีคำกริยาที่ใช้กับ infinitive, present participle, past participle
และ gerund ซึ่งได้กล่าวถึงไปแล้วในหน้า ‘เก่งไวยากรณ์’

Verb to be และ verb to have กับความสามารถในการสร้าง
ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษได้เอง

    Verb to be และ verb to have เป็นคำกริยาพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในภาษาอังกฤษ
และเป็นคำกริยาสารพัดประโยชน์ที่สามารถนำไปใช้ได้ในแทบจะทุกสถานการณ์การใช้

    แต่เป็นที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่พวกเรารู้จัก verb to be และ verb to have
มาเป็นเวลานับศตวรรษแล้ว ทว่ากลับรู้จักคำกริยา 2 คำนี้แค่ในความหมายว่า ‘เป็น, อยู่,
คือ’ และ ‘มี’ ตามลำดับเท่านั้น ทั้งๆที่ความหมายที่แท้จริงของ verb to be และ verb
to have มีมากมายกว่านี้หลายเท่านัก

   การรู้จักความหมายของ verb to be และ verb to have แค่ ‘เป็น,อยู่, คือ’ และ
‘มี’ จึงไม่สามารถช่วยให้เราเก่งภาษาอังกฤษได้ เราต้องรู้จัก verb to be และ verb
to have ให้มากกว่านี้และให้ลึกซึ้งกว่านี้ เราจึงจะเก่งภาษาอังกฤษได้

   ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงการใช้ verb to be และ verb to have ก่อนเป็นอันดับ
แรกตาม link ด้านซ้ายมือนี้

   เมื่อท่านผู้อ่านได้อ่านบทความเรื่อง verb to be และ verb to have แล้ว ท่านผู้
อ่านก็จะเปลี่ยนตัวเองจากผู้เรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบตั้งรับ (passive) มาเป็นผู้เรียนรู้
ภาษาอังกฤษเชิงรุก (active) ทันที นั่นคือ เห็นฝรั่งที่ไหนไม่ได้เป็นอยากที่จะเข้าไป
พูดคุยเป็นภาษาอังกฤษด้วยทันที อันหมายความว่าท่านผู้อ่านเริ่มมีความสามารถในการ
สร้างประโยคสนทนาภาษาอังกฤษได้เองขึ้นมาแล้ว หรือได้เริ่มเข้าไปควบคุมหัวใจหลัก
ของการสื่อสารทางภาษาไว้แล้วนั่นเอง

    ส่วนคำกริยาอื่นๆที่เหลือผู้เขียนจะค่อยๆทยอยลงเป็นลำดับๆไป โดยถ้าคำ
กริยาใดมีรายละเอียดมากก็จะนำลงใน www.englishtrick.com แห่งนี้ แต่ถ้าคำกริยาใดมีรายละเอียดไม่มากก็จะนำลงใน englishtrick.com Facebook ครับ

[back to top] or [home]

 

 

 

 

 

 

 

                                                 

  

 

 


ab_self1ad_self2
ad_self3ad_self4