หัวเว็บเพจ verb to be หน้า1 ภาพ1หัวเว็บเพจ verb to be หน้า1 ภาพ2
หัวเว็บเพจ verb to be หน้า1 ภาพ3หัวเว็บเพจ verb to be หน้า1 ภาพ4
หัวเว็บเพจ verb to be หน้า1 ภาพ5animation เก่งบทสนทนา เก่งภาษาอังฤษด้วย verb to be หน้า1 ภาพ6หัวเว็บเพจ verb to be หน้า1 ภาพ7
englishtrick.com about us good grammar good speak fun english english skill contact us
 

p_ten(1)การกล่าวคำทักทาย
p_ten(2)การกล่าวคำอำลา
p_mo_vการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    verb to be
    และ verb to have
p_howการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    question words
p_postการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    what
p_gspการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    which
p_gspการสร้างประโยค
    คำถามด้วย
    how   
p_talkการสร้างประโยค
    สนทนาด้วยตนเอง
p_vtbเก่งภาษาอังกฤษด้วย
    verb to be
p_vthเก่งภาษาอังกฤษด้วย
    verb to have
p_cuเก่งคำนามนับไม่ได้
    uncountable noun


   

   






   

    

    





เก่งภาษาอังกฤษด้วย verb to be

                                                                           วงกต จันทพานิช ภาพวงกตปุ่มลิ้งไป facebook

 

ความหมายของ verb to be

    เรามักเข้าใจว่า verb to be อันได้แก่ is, am, are, was, were, be และ been มีความหมายว่า ‘เป็น, อยู่, คือ’ แต่ความจริงแล้ว verb to be มีความหมายมากมายกว่านี้
หลายเท่า เพราะความหมายที่แท้จริงของ verb to be ขึ้นอยู่กับโครงสร้างประโยคของ verb to be ซึ่งมีอยู่ 11 โครงสร้างด้วยกัน

    ดังนั้น การที่เราจะใช้ verb to be ได้เก่งแบบเจ้าของภาษาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำ 3 คำ
ว่า ‘เป็น, อยู่, คือ’ เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการได้ทราบว่า verb to be มีโครงสร้างประโยค
กี่โครงสร้างเป็นสำคัญ แล้วเราก็จะนำ verb to be มาใช้ตามโครงสร้างประโยคเหล่านี้ เราก็จะเก่งภาษาอังกฤษแบบเจ้าของภาษาได้

    และโครงสร้างประโยคทั้ง 11 โครงสร้างนี้ก็เป็นโครงสร้างที่ใช้บ่อยในภาษาพูดและ
ภาษาเขียน เราจึงจำเป็นต้องทำความรู้จักไว้ทั้ง 11 โครงสร้าง

โครงสร้างประโยคทั้ง 11 โครงสร้างของ verb to be และ
ประโยคตัวอย่าง

   โครงสร้างประโยคของ verb to be ซึ่งมีอยู่ 11 โครงสร้างนี้ จะทำให้เราทราบได้
ทันทีว่า เวลาเราจะใช้คำกริยา verb to be นั้น จะใช้กันในรูปโครงสร้างประโยคอะไร
บ้าง และเมื่อเราได้เห็นประโยคตัวอย่างประกอบด้วย เราก็จะเข้าใจการใช้ verb to be ได้อย่างกระจ่างแจ้งทันที

ความสำคัญของประโยคตัวอย่างของ verb to be

    Verb to be เป็นคำกริยาที่ครอบคลุมการใช้ในเกือบทุกสถานการณ์การใช้ Verb to
be จีงเป็นคำกริยาสารพัดประโยชน์ที่เจ้าของภาษาทุกคนต้องมีติดไว้ในสมองเสมอ เพราะ
มีโอกาสที่จะต้องใช้อยู่ตลอดเวลา

    ดังนั้น จึงขอให้ท่านผู้อ่านให้ความสนใจกับประโยคตัวอย่างของ verb to be ที่จะ
กล่าวถึงต่อไปนี้เป็นพิเศษ เพราะประโยคตัวอย่างดังกล่าวนี้จะเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่าน
สามารถนำ verb to be ไปใช้ได้ในเกือบทุกสถานการณ์ของการสื่อสารได้เช่นเดียวกับ
เจ้าของภาษานั่นเอง

1. S + be + adverb

    เราสามารถใช้ verb to be กับคำวิเศษณ์ (adverb) ได้ดังต่อไปนี้

    –The kids are outside.
      ลูกๆอยู่ข้างนอกกัน

    –I’ll be there in ten minutes.
      ฉันจะออกไปที่นั่นในอีก 10 นาที

    –Where are my glasses?
      แว่นตาของฉันอยู่ที่ไหน?

    –The game was over.
      การแข่งขันได้จบลงแล้ว

    –The power is out.   
     ไฟฟ้าดับ

    –TV is still on.          
     โทรทัศน์ยังคงเปิดอยู่

    –All prices are up.    
      ราคาสินค้าทั้งหมดสูงขึ้น

    –You walk a lonely road. Oh! How far you are from home.                
      เธอเดินบนเส้นทางสายเปลี่ยว โอ้...เธอช่างมาไกลจากบ้านเสียเหลือเกิน
       (Enya, May It Be)

2. S + be + adjective

    เราสามารถใช้ verb to be กับคำคุณศัพท์ (adjective) ได้ดังต่อไปนี้

    –I’m done.
      ผมทำเสร็จแล้ว/ใช้เสร็จแล้ว

    –I’m frightened.
      ดิฉันกลัว

    –My hair is dry.
      ผมของฉันแห้งกรอบ

    –She was born pretty.
      เจ้าหล่อนเกิดมาสวย

    –The baby is sound asleep.
      ทารกกำลังหลับอยู่

    –Maybe the network is down.
      บางทีเครือข่ายอาจจะล่มก็ได้

    –I’m so sorry. I didn’t mean to annoy you.
      ผมขอโทษ ผมมิได้มีเจตนาจะทำให้คุณรำคาญ

    –The battery is flat.
      ถ่านก้อนนี้ไม่มีไฟแล้ว

    –I have been a little busy.
      ฉันกำลังยุ่งอยู่ค่ะ

    –My class/working day was over.
      ชั่วโมงเรียน/วันทำงานของฉันได้เลิกลงแล้ว

    –I am broke.
      ฉันถังแตก

    –Our rent will be due tomorrow.
      ค่าเช่าของเราจะถึงกำหนดต้องจ่ายวันพรุ่งนี้

    –Are you afraid of the dark?
      เธอกลัวความมืดไหม?

    –He is good, but not that good.
      เขาเก่ง แต่ไม่ได้เก่งมากมายอย่างที่เขาพยายามจะแสดงให้เราเห็นหรอก

    –I’m sleepy. I’m going to go to bed.
      ฉันง่วงนอนแล้ว ฉันตั้งใจว่าจะไปนอนแล้วล่ะ

    –Be quick/quiet.
      เร็วหน่อย/เงียบหน่อย

    –Don’t be afraid.
      อย่ากลัวไปหน่อยเลย

    –Don’t be so negative, be positive.
      อย่ามองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป จงมองโลกในแง่ดี

    –Remember, be polite to our customers.
      จำไว้...จงสุภาพต่อลูกค้าของเรา

    A: Is tomorrow all right for you?
        พรุ่งนี้จะสะดวกสำหรับคุณไหม?
    B: Tomorrow is fine.
         ตกลง...พรุ่งนี้ก็สะดวกดีนะ

    A: What is so funny?
        ขำอะไรรึ?
    B: The news that is.
         ขำเนื้อหาของข่าวนั่นล่ะ

    A: What is on?
         รายการอะไรน่ะ...บนหน้าจอทีวี?
    B: A horror movie.
        หนังสยองขวัญจ้ะ

    A: Are you online?
        กำลังท่องโลกอินเตอร์เน็ทอยู่รึเปล่า?
    B: Yes, I am.
        กำลังท่องอยู่จ๊ะ
    A: Well, may you check this for me?
         ดีเลย...งั้นช่วยตรวจสอบสิ่งนี้ดูให้หน่อยได้ไหม?

3. S + be + preposition + noun/pronoun

    เราสามารถใช้ verb to be กับ preposition + noun/pronoun (บุพบทวลี) ได้ดังต่อไปนี้

    –Those birds were from Brazil.
      นกเหล่านั้นมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศบราซิล

    –He is from an insurance company.
      เขาเป็นคนของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง

    –I am at the breakfast table.
      ฉันทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร

    –They were on their way to the north.
      พวกเขาอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่ทิศเหนือ

    –The deadline is on Monday.
      เส้นตายคือวันจันทร์

    –The sale date is from July 28th to August 5th.
      วันลดราคาเริ่มจาก 28 กรกฎาคมถึง 5 สิงหาคม

    –He is at work.
     
เขากำลังทำงานอยู่

    –I am with you.
      ผมอยู่กับคุณแล้ว/ผมฟังคุณอยู่

    –I’m in my casual clothes.
      ฉันสวมใส่เสื้อผู้ชุดลำลอง

    –This month I’m on night shift.
      เดือนนี้ฉันทำงานกะกลางคืน

    –I’ll be off duty in 30 minutes.
      ฉันจะเลิกงานในอีก 30 นาที

    –Tell him I am on the other line.
      บอกเขาไปว่าฉันติดสายอื่นอยู่

    –Miniskirt is always in fashion.
      กระโปรงสั้นมักอยู่ในสมัยนิยมเสมอ

    –Who will be behind the wheel?
      ใครจะเป็นคนขับรถ?

    –These letters are for her.
      จดหมายเหล่านั้นสำหรับเจ้าหล่อน

    –This fork is for being used with the spoon like this.
      ส้อมนี้สำหรับใช้กับช้อนแบบนี้

    A: What are you doing?
         กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?
    B: I’m being on Twitter/the internet.
        ฉันกำลังเล่น Twitter/internet อยู่

4. S + be + adverbial phrase of distance

    เราสามารถใช้ verb to be กับ adverbial phrase of distance (วิเศษณ์วลี
แสดงระยะทาง) ได้ดังต่อไปนี้

    –The hospital is 3 blocks ahead.
      โรงพยาบาลอยู่ 3 ช่วงตึกข้างหน้า

    –The bank is two-bus stop away.
      ธนาคารอยู่ห่างออกไป 2 ป้ายรถเมล์

    –The National Park is about 5 kilometres away.
      วนอุทยานแห่งชาติอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร

    –My friends are many kilometres away.
      เพื่อนๆของฉันอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร

5. S + be + adverb of time/duration

    เราสามารถใช้ verb to be กับ adverb of time/duration (วิเศษณ์แสดงเวลา/
ระยะเวลา) ได้ดังต่อไปนี้

    –The appointment is this week.
      การนัดหมายมีกำหนดสัปดาห์นี้

    –The departure time was 11.00 o’clock.
      กำหนดเวลาออกเดินทางคือ 11 โมงเช้า

    –The second place was 6 seconds behind.
      ตำแหน่งที่ 2 ตามหลังอยู่ 6 วินาที

    –The TV programme is yesterday evening, not this evening.
      รายการโทรทัศน์ที่เธอจะดูมีเมื่อวานตอนค่ำ ไม่ใช่ค่ำนี้

 

      (อ่านต่อหน้า 2)                                2

[back to top] or [home]

 

 

 

 

 

 

 

                                                 

  

 

 

ad_adu1 ad_adu2
ad_adu3 ad_adu4
ad_adu5 ad_adu6

ad_cam1 ad_cam2
ad_cam3 ad_cam4
ad_cam5 ad_cam6

ad_vtb1ad_vtb2
ad_vtb3ad_vtb4
             
click_detail click_detail