หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ1หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ2
หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ3หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ4
หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ5หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ6หัวเว็บเพจ adjective clause หน้า4 ภาพ7
englishtrick.com about us good grammar good speak fun english english skill contact us
 

p_ten(1)tenses(A)
p_ten(2)tenses(B)
p_mo_vmodal verbs
p_inf_redyquestion tag
p_inf_redyinfinitive
    แบบสำเร็จรูป
p_infi_bulinfinitive
    แบบสร้างเอง
p_pre_parpresent participle
p_gerugerund
p_pas_parpast participle
p_prepopreposition
p_ofuการใช้คำบุพบท of
    และ 's
p_if_senif-sentence
p_g_adjeกลเม็ดเก่ง adjective
    clause
p_advกลเม็ดเก่ง
    adverb clause
p_nกลเม็ดเก่ง
    noun clause
p_g_indirกลเม็ดเก่ง indirect
    speech
p_u_thi_thaการใช้ this,that
p_u_itการใช้ it
p_u_thereการใช้ there


หน้า 4: หลักการใช้ adjective clause                                                   วงกต จันทพานิช



หลักการใช้ relative adverb ปุ่มลิ้งค์ไป facebook
ขยายความคำนามของประโยคหลัก

1. การใช้ where/when/why ขยายความคำนาม

    Where/when/why เป็นคำ relative adverb จึงทำหน้าที่เป็นทั้งคำขยายความ (relative) คำนามของประโยคหลัก และเป็นวิเศษณ์ (adverb) ของ adjective clause พร้อมกันไปในเวลาเดียวกัน เช่น

    This is the website where you can learn English for free.

    ประโยค adjective clause ‘where you can learn English for free’ นี้ where จะทำหน้าที่เป็นทั้ง ‘คำขยายความคำนาม the website’ และทำหน้าที่เป็น ‘วิเศษณ์แสดง
สถานที่’ ของ learn English for free ด้วย

1.1 การใช้ where เพื่อขยายความคำนามแสดงสถานที่

    เราใช้ where นำหน้า adjective clause เพื่อขยายความคำนามแสดงสถานที่,
คำนามแสดงตำแหน่ง หรือคำนามแสดงลำดับขั้นในประโยคหลัก ดังนี้

    –The school where they study is the best in town.

    –Put that book into the place where it is.

    –This is the website where you can learn English for free.

    –The cosmology has just reached the stage where we can
      understand the universe only 10 percent.

 

ลักษณะพิเศษของ where

    Where เป็นคำวิเศษณ์แสดงสถานที่ และคำวิเศษณ์แสดงสถานที่จะมีลักษณะพิเศษอยู่
ประการหนึ่งคือ เป็น ‘กึ่งคำวิเศษณ์กึ่งคำนาม’ Where จึงมีทั้ง ‘ความเป็นวิเศษณ์และความ
เป็นคำนาม’ อยู่ในตัวเอง

    เราจึงใช้ where เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ก็ได้ หรือเราจะใช้ where เป็นคำนาม
(noun) ก็ได้

    นั่นคือ เราสามารถใช้ where เป็นคำวิเศษณ์ตามหลัง ‘คำกริยา vi’ (คำกริยาที่ไม่ต้อง
มีกรรมมารองรับ) ก็ได้ หรือเราจะใช้ where เป็นคำนามตามหลัง ‘คำกริยา + บุพบท
(phrasal verb)’ ก็ได้ ดังนี้

    a) Where did he go?

    b) Where did he go to?

    ทั้ง 2 ประโยคนี้ถูกต้องทั้งคู่ โดยประโยค a) go เป็นคำกริยา vi เราจึงใช้ go กับคำ
วิเศษณ์ where ได้ทันที นั่นคือ Where did he go?

    ส่วนประโยค b) go to เป็น ‘คำกริยา + บุพบท’ เราจึงใช้ go to กับคำนาม where ได้ทันทีว่า Where did he go to?

    และเมื่อเราใช้ where เป็น relative adverb ลักษณะพิเศษนี้ก็ยังคงติดตัว where มา
ด้วย เราจึงสามารถใช้ where กับ ‘คำกริยา vi’ ก็ได้ หรือใช้กับ ‘คำกริยา + บุพบท’ ก็ได้
ดังนี้

    a) Put that book into the place where it is.

    b) Put that book into the place where it belongs to.

    การใช้ประโยค a) และ b) นี้ถือว่าถูกต้องทั้งคู่ เราจึงสามารถเลือกใช้ประโยคใดก็ได้

    และเฉพาะ where ที่ใช้กับ ‘คำกริยา + บุพบท’ นี้เราสามารถละ where ไว้ได้ดังนี้:
Put that book into the place it belongs to.

    เหตุที่กรณีนี้เราละ where ไว้ได้เพราะ the place เป็นคำนามในตัวเองจึงใช้เป็นกรรม
ของ belongs to ได้อยู่แล้ว ดังนั้น where ที่มีความเป็นคำนามอยู่ในตัวจึงซ้ำความ
หมายกับ the place เราจึงตัด where ทิ้งไปได้ เพื่อให้ประโยคมีความกระชับขึ้น

    แต่เราจะคง where ไว้ก็ได้ แต่ประโยคของเราก็จะขาดความกระชับไป

1.2 การใช้ when เพื่อขยายความคำนามแสดงเวลา

    เราใช้ when นำหน้า adjective clause เพื่อขยายความคำนามแสดงเวลาของ
ประโยคหลักได้ ดังนี้

    –The first time when I dated her, I fell in love with her.

    –Do you remember the day when we first met?

    –The night when they drove old Dixie down.
      ค่ำคืนที่ฝ่ายเหนือได้โค่นกองกำลังฝ่ายใต้ลง(ในสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ)

 

ลักษณะพิเศษของคำนามแสดงเวลา

    สำหรับภาษาอังกฤษแล้ว คำนามแสดงเวลา เช่น time, day และ night ฯลฯ นั้น เมื่อ
เราเติม the เข้าไปข้างหน้าเป็น the time, the day และ the night ฯลฯ คำเหล่านี้จะ
กลายเป็น ‘กึ่งคำนามกึ่งคำวิเศษณ์’ ไปทันที

    นั่นคือ เราสามารถใช้ the time, the day และ the night ฯลฯ เป็นคำนามก็ได้ หรือเป็นคำวิเศษณ์ก็ได้ เมื่อเป็นดังนี้คำเหล่านี้จึงมักถูกใช้เป็นคำวิเศษณ์ขยายความคำกริยา
หรือประโยคทั้งประโยคได้ดังนี้

    We met her the day before Christmas.

    ประโยคนี้ the day before Christmas ทำหน้าที่เป็นวิเศษณ์ขยายความประโยค
We met her.

    ดังนั้น เมื่อเราใช้ when ซึ่งเป็น relative adverb มาขยายความคำนามแสดงเวลา
the time, the day และ the night ฯลฯ เราจึงสามารถละ when ไว้ได้ เพราะคำนาม
แสดงเวลาเหล่านี้เป็นคำวิเศษณ์ในตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมี when อยู่ด้วยก็ได้ ดังนี้

    –The first time I dated her, I fell in love with her.

    –Do you remember the day we first met?

    –The night they drove old Dixie down. (The Band/Joan Baez)

    จาก 3 ประโยคข้างต้นเราจะเห็นได้ว่า the first time, the day และ the night ตามลำดับนั้นเป็น ‘คำวิเศษณ์’ อยู่ในตัวอยู่แล้ว เราจึงสามารถตัด when ซึ่งก็เป็นคำวิเศษณ์
เช่นกันออกได้ อันจะช่วยให้ประโยคของเรามีความกระชับขึ้น

1.3 การใช้ why ขยายความคำนาม reason

    เราใช้ why นำหน้า adjective clause เพื่อขยายความคำนาม reason ได้ดังนี้

    –This is the reason why I am here.
      นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงมาที่นี่

    และเราจะละ why ไว้เสียก็ได้ดังนี้

    –This is the reason I am here.
      นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงมาที่นี่

    เหตุที่เราสามารถตัด why ออกได้ก็เพราะ คำว่า reason มีความหมายว่า ‘ทำไม’ อยู่
ในตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือ reason = ทำไมบางสิ่งจึงเกิดขึ้นหรือทำไมบางคนจึงทำบางสิ่ง

    อนึ่ง เราสามารถใช้ why เพื่อขยายความคำนาม idea ในประโยค I have no idea.
ได้เช่นกัน แต่จะไม่สามารถตัด why ออกได้ ดังนี้

    –I have no idea why she dated him.
      ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าหล่อนจึงมีนัดกับเขา

 (อ่านต่อหน้า 5)                         1  2  3  4  5

 [back to top] or [home]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ad_adu1 ad_adu2
ad_adu3 ad_adu4
ad_adu5 ad_adu6

ad_cam1 ad_cam2
ad_cam3 cam_cam4
ad_cam5 ad_cam6


ad_adj4_1ad_adj4_2
ad_adj4_3ad_adj4_4




             
click_detai click_detail