หัวเว็บเพจ preposition หน้า1 ภาพ1หัวเว็บเพจ preposition หน้า1 ภาพ2
หัวเว็บเพจ preposition หน้า1 ภาพ3หัวเว็บเพจ preposition หน้า1 ภาพ4
หัวเว็บเพจ preposition หน้า1 ภาพ5animation เก่งไวยากรณ์ preposition หน้า1 ภาพ6หัวเว็บเพจ preposition หน้า1 ภาพ7
ปุ่มหน้าแรก ปุ่มเกี่ยวกับเรา ปุ่มเก่งไวยากรณ์ ปุ่มเก่งบทสนทนา ปุ่มภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก ปุ่มการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ปุ่มติดต่อเรา
 

p_ten(1)tenses(A)
p_ten(2)tenses(B)
p_mo_vmodal verbs
p_inf_redyquestion tag
p_inf_redyinfinitive
    แบบสำเร็จรูป
p_infi_bulinfinitive
    แบบสร้างเอง
p_pre_parpresent participle
p_gerugerund
p_pas_parpast participle
p_prepopreposition
p_ofuการใช้คำบุพบท of

    และ 's
p_if_senif-sentence
p_g_adjeกลเม็ดเก่ง adjective
    clause
p_advกลเม็ดเก่ง
    adverb clause
p_g_indireกลเม็ดเก่ง
    noun clause
p_g_indirกลเม็ดเก่ง indirect
    speech
p_u_thi_thaการใช้ this,that
p_u_itการใช้ it
p_u_thereการใช้ there


การใช้คำบุพบท (Preposition)
ที่ถูกต้องและสมบูรณ์แบบที่สุด

 

                                    วงกต จันทพานิช ภาพวงกต จันทพานิช ปุ่มลิ้งค์ไป facebook

 

    Preposition หรือคำบุพบทคือ คำที่ใช้เชื่อมคำนามกับคำนาม หรือเชื่อมคำนามกับ
วลี/ประโยค โดยจะมีอยู่ประมาณ 40 กว่าคำที่ใช้บ่อย และการใช้ preposition จะแบ่ง
ออกเป็น 3 วิธี ดังนี้

    1. การใช้ preposition ตามความหมายของ preposition
    2. การใช้ preposition แสดงวันที่, วัน, เดือน, ปี และเวลา
    3. การใช้ preposition แบบ collocation

     ท่านผู้อ่านคงเคยเรียนรู้คำบุพบทแบบแบ่งออกเป็นคำบุพบทแสดงเวลา/สถานที่/ทิศทาง/
ฯลฯ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ค่อยได้ผล เพราะผู้ใช้ต้องมาเสียเวลานั่งนึกก่อนว่า คำบุพบท
แสดงเวลา/สถานที่/ทิศทาง/ฯลฯ นั้นมีอะไรบ้าง ทำให้ไม่ทันกิน ก็เลยไม่ได้พูด ไม่ได้ใช้กัน
เสียที

     ส่วนการศึกษาการใช้ preposition ตามการแบ่งด้วยวิธีทั้ง 3 นี้ จะมีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลกว่ามาก เพราะเป็นวิธีการใช้ที่เป็นธรรมชาติในแบบที่เจ้าของภาษาใช้กัน นั่น
คือเวลาเราจะใช้ก็ใช้ออกมาได้เองโดยอัตโนมัติ เหมือนกับว่า preposition เหล่านี้ติดอยู่
ที่ริมฝึปากเราอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ดังท่านผู้อ่านจะได้เห็นต่อไป

   1. การใช้ preposition ตามความหมายของ preposition

    Preposition แต่ละคำจะมีความหมายประจำตัวของตัวเอง และเราสามารถใช้ไปตาม
ความหมายนั้นๆได้ ดังนั้น จึงขอให้ท่านผู้อ่านท่องจำความหมายของ preposition ดังต่อ
ไปนี้ให้ขึ้นใจ พร้อมทั้งดูประโยคตัวอย่างประกอบไปด้วย แล้วท่านผู้อ่านก็จะเข้าใจการใช้
preposition แต่ละคำอย่างกระจ่างแจ้ง

     on = บนพื้นผิวของบางสิ่ง
     
–The glass is on the table.
     in = ใน/ภายในพื้นที่ของบางสิ่ง; ไปในบางสิ่ง; ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ
       –He is in his room.
       –I live in Thailand.
       –She is in hospital/in the hospital–เจ้าหล่อนเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล.
       –Put it in that box.

       –Can you do this in a week?
     
at = ที่ตำแหน่งใดๆ; ณ สถานที่ใดๆ; ณ เวลาใดๆ; ณ อายุใดๆ
       –Put it down at that corner.
       –They live at 100 Serithai Road.
       –He studies at a university.
       –She works at a hospital.
       –He is at a hospital to visit his friend working there.
       –I will leave
at 2 o’clock.
       –He died
at 92.

   In และ At ในการใช้เกี่ยวกับสถานที่

            เราจะเห็นว่า in และ at ต่างก็ใช้กับ ‘สถานที่’ ได้ แต่การใช้จะแตกต่างกันดังนี้

            In มีความหมายว่า ‘ใน/ภายในพื้นที่ของบางสิ่ง’
            In จึงเน้นการใช้กับสิ่งที่มีพื้นที่และเราก็ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น เช่น in the
       room, in prison, in the building, in Siam Square, in the community,
       in the area,
in the province, in the country, in the sky, in the sea,
       in the ocean,
in the world, in space และ in the universe เป็นต้น

            สรุปก็คือ เราใช้ in เมื่อการใช้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่และเราได้เข้าไปอยู่ใน
       พื้นที่นั้น เช่น
             –We have arrived in Bangkok.
                พวกเราได้เดินทางมาถึงในพื้นที่ของกรุงเทพฯแล้ว

             –Thailand is a country in Asia.
                ไทยเป็นประเทศหนึ่งในทวีปเอเซีย

             ส่วน at มีความหมายว่า ‘ณ สถานที่ใดๆ’
             At จึงเป็นการใช้ที่เน้นที่ต้วสถานที่ ให้ความสำคัญกับตัวสถานที่ ไม่ได้เน้นการ
       เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของสถานที่นั้นๆ แม้ว่าจริงๆแล้วเราจะได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของ
       สถานที่นั้นๆแล้วก็ตาม เช่น at home, at the office, at the airport, at
       Centre Point, at Queen Sirikit Convention Center, at the exhibition
       hall,
at the university เป็นต้น

            สรุปก็คือ เราใช้ at เมื่อการใช้เป็นการเน้นที่ตัวสถานที่ ให้ความสำคัญกับตัว
       สถานที่ไม่ใช่พื้นที่ของสถานที่นั้นๆ เช่น
             –We have arrived at the airport.
                พวกเราได้เดินทางมาถึง ณ ตัวสนามบินแล้ว

             –I studied at Ramkhamhaeng University.
                ผมศึกษาอยู่ ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

         –She is 20 and works in the fast food industry, one at
          burger restaurant and one at a pizza place. (The Guardian)     
             เจ้าหล่อนอายุ 20 และทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมอาหาร แห่งหนึ่งคือทำอยู่ ณ ร้าน
             อาหารขายเบอร์เกอร์ และอีกแห่งหนึ่งทำอยู่ ณ ร้านขายพิทซ่ะ

         –I was a student in the Department of Government at the
         Faculty of Political Science of Chulalongkorn University. And
         she was a physics student studying in the Faculty of Science
         at Mahidol University.
            ผมเป็นนิสิตในภาควิชาการปกครอง ณ คณะรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วน   
            เจ้าหล่อนเป็นนักศึกษาฟิสิกซ์ที่กำลังศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์
ณ มหาวิทยาลัยมหิดล

      กลเม็ดการใช้ in และ at ที่เกี่ยวกับสถานที่ในเชิงปฏิบัติ

            สถานที่ที่มีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก เช่น บ้าน, สำนักงาน, อาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
       ต่างๆ ฯลฯ สามารถใช้ได้กับทั้ง in และ at อันขึ้นอยู่กับสถานการณ์การใช้ของเราว่า
       เราต้องการเน้นที่พื้นที่หรือเน้นที่ตัวสถานที่นั้น เช่น

       –in the house/at home

       –in/at the office

       –in/at the building

             –in/at a hotel

       –in/at the Faculty of Political Science

             แต่ถ้าเป็นสถานที่ที่มีพื้นที่กว้างมากตั้งแต่ระดับชุมชน, หมู่บ้าน, ตำบล, อำเภอ,
       จังหวัด, ประเทศ, ทวีป, ทะเล/มหาสมุทร, โลก, อวกาศ, ไปจนถึงระดับจักรวาล ก็จะ
       ใช้กับ in เสมอ

    at the back of = ที่อยู่ตรงส่วนท้าย/แถวสุดท้ายของ
       –His photo is at the back of his book.
      –He sat at the back of the classroom.
    at the front of = ที่อยู่ตรงส่วนหน้า/แถวหน้าสุดของ
      –Her news is at the front of the newspaper.
       –She sat at the front of the classroom.


    behind = ที่อยู่ถัดไปจากด้านหลังของ
      –The car park is behind the bank.
    in front of = ที่อยู่ถัดไปจากด้านหน้าของ; ตรงหน้า
       –Flagpole is in front of the school.
       –My teacher stands in front of the classroom.
       –The accident occurred in front of me.

    above = ที่อยู่สูงขึ้นไปจาก(บางสิ่ง)
       –The sun is above my head.

    over = เหนือ; คลุมอยู่เหนือ; ด้านบนของ(บางสิ่ง)
       –The blanket is still over my kid.

    about = เกี่ยวกับ; ประมาณ (adverb)
       –This website is about English.
       –The service may cost you about 1,000 baht.

    across = ข้าม
      –I walked across the street.
    against = ตัดกับ/พิงกับ; ต่อต้าน
      –The white tie is against the black shirt.
       –The bike is against the wall.
       –Are you against me?

    along = (เดิน/วิ่ง/แล่น)ไปตาม
      –I’m walking along the road.
    as = ในฐานะที่เป็น
       –She works as a doctor.

    among = ท่ามกลางสิ่งของหลายๆสิ่ง; ท่ามกลางบุคคลหลายๆคน
      –I’m being among the people.
    between = อยู่ระหว่างสิ่งของ 2 สิ่งขึ้นไป; อยู่ระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไป
      –I sat between 2 women.

    away from = ออกมาจาก; ออกไปจาก; ห่างออกมาจาก; ห่างออกไปจาก
       –I’m moving away from him.
     
out of = ออกมาจาก; ออกไปจาก; ห่างออกมาจาก; ห่างออกไปจาก
       –A beautiful woman got out of a car.
       –Shoppers’re pouring out of a shopping mall.

    from = จาก(สถานที่ที่เราอยู่); จาก(คนที่อยู่ห่างออกไป/สถานที่ที่อยู่ห่างออกไป)
       –From here I can see the view clearly.
       –The email is sent from my friend.

    before = ก่อน
      –I will come back before noon.
    after = หลัง
      –I will come back after noon.

    below = ที่อยู่ต่ำลงไปจาก(บางสิ่ง); ที่อยู่ต่ำลงมาจาก(บางสิ่ง)
      –There is a brook below this village.
       –The SET Index dropped below 1000 for the first time since 2010.

    under = ใต้
      –My dog was under the blanket with me.

    by = เคียงข้างกับ; โดย; ราวๆ(เวลา); (จับ/สัมผัส/ฉุด)ที่ส่วนใดๆ(ของร่างกาย)
       –He always stands by me.
       –English website by me and my sister.
       –I will come back by 6 o’clock.
       –He took me by my hand.

     beyond = เกินขอบเขตของ(บางสิ่ง)ออกไป
      –You are being beyond the limit.

    down = (เดิน/วิ่ง/แล่น)ไปตาม; ลง(บันได/จากที่สูง)
       –I’m walking down the road.
       –The cat’s climbing down the tree.

    up = ขึ้น(บันได/ไปที่สูง)
       –I’m stepping up the stairs.

    during/ดุริง = ช่วงระหว่างเวลาใดๆ
      –I’ll be in the country during this weekend.
    for = สำหรับ; เพื่อ
       –This is for you.
       –I’ll do it for you.

    inside = ข้างใน
       –I’m inside the bookstore.

    outside = ข้างนอก
      –I’m outside the shopping mall.

    into = มุ่งไปยัง; มุ่งมายัง; ไปใน (into มีนัยว่าได้สัมผัสกับสิ่งนั้นแล้ว)
      –This bus’s moving into town.
       –He walked into the court without any glance at relatives’ bench.
   
           (BBC)

    to = ไปยัง/มายัง
      –This bus’s going to Silom.
    toward(s) = ตรงไปยังทิศทางของ
       –We’re moving toward the right direction.

    near = ใกล้กับ
      –I live near 2 shopping malls.
    off = (ลง/หลุด/หล่น)จาก
      –A man got off the bus.
       –The car skidded off the road–รถเสียหลักไถลหลุดออกไปจากถนน.
       –He fell off the ladder.

    onto/upon = ไปบน
      –Don’t step onto/upon that mud.
    opposite = ตรงข้ามกับ
      –I sat opposite a pretty girl on a sky train.
    past = (เดิน/วิ่ง/แล่น)ผ่าน
      –A cat ran past me.
    through = ลอดผ่าน; แหวกผ่าน
       –My dog jumped through the car door onto the back seat.
       –The train is moving through the tunnel.
       –A superstar is walking through the crowd.

    throughout = ในทุกๆส่วนของสถานที่ใดๆ; ตลอดทั้ง(วัน/คืน/ปี/ชีวิต)
       –He used to travel throughout the world.
       –You will suffer throughout your life if you don’t do that.

    with = กับ; ด้วย; ที่มี(บางสิ่ง)ติดตัวมาด้วย
       –Use this knife with that fork.
       –She does it with her own hand.
       –My dad came back with something in his briefcase.

    within = ภายในกำหนดของเวลาใดๆ; ภายในระยะทางใดๆ
      –He’ll come back within 10 minutes.
      –My office is within 100 metres of my house.
    without = โดยปราศจาก
      –Why did you do it without my permission?

    around/round
       1. ไปรอบๆ: We run around the park.
                       He is travelling around the world.

      2. ลัดเลาะตามแนวของ: We walk around the foot of the hill.
      3. อ้อม: We should walk around the field.
       4. อ้อมจากตรงนี้ไปที่: The entrance is
around the front.           

(อ่านต่อหน้า 2)                                1  2  3

  [back to top] or [home]

 

 

 

 

 

 

 

ad_au1 ad_au2
ad_au3 ad_au4
ad_au5 ad_au6

ad_cam1 ad_au2
ad_cam3 ad_cam4
ad_cam4 ad_cam6


ad_ppo1ad_ppo2
ad_ppo3ad_ppo4
             
click_detail click_detail