หัวเว็บเพจ tenses(A) หน้า1 ภาพ1หัวเว็บเพจ tenses(A) หน้า1 ภาพ2
หัวเว็บเพจ tenses(A) หน้า1 ภาพ3หัวเว็บเพจ tenses(A) หน้า1 ภาพ4
หัวเว็บเพจ tenses(A) หน้า1 ภาพ5animation เก่งไวยากรณ์ tenses(A) หน้า1 ภาพ6หัวเว็บเพจ tenses(A) หน้า1 ภาพ7
ปุ่มหน้าแรก ปุ่มเกี่ยวกับเรา ปุ่มเก่งไวยากรณ์ ปุ่มเก่งบทสนทนา ปุ่มภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก ปุ่มการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ปุ่มติดต่อเรา
 

p_ten(1)tenses(A)
p_ten(2)tenses(B)
p_mo_vmodal verbs
p_inf_redyquestion tag
p_inf_redyinfinitive
    แบบสำเร็จรูป
p_infi_bulinfinitive
    แบบสร้างเอง
p_pre_parpresent participle
p_gergerund
p_pas_parpast participle
p_prepopreposition
p_ofuการใช้คำบุพบท of
    และ 's
p_if_senif-sentence
p_g_adjeกลเม็ดเก่ง adjective
    clause
p_advกลเม็ดเก่ง
    adverb clause
p_g_indireกลเม็ดเก่ง
    noun clause
p_g_indirกลเม็ดเก่ง indirect
    speech
p_u_thi_thaการใช้ this,that
p_u_itการใช้ it
p_u_thereการใช้ there


เพียง 5 tenses ก็เก่งภาษาอังกฤษได้แล้ว

                                       วงกต จันทพานิช ภาพวงกต จันทพานิช ปุ่มลื้งค์ไป facebook

ห้า tenses ที่ใช้บ่อย

   Present simple, present continuous, past simple, present perfect และ future simple คือ tenses ที่ใช้บ่อยมากทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน ดังนั้น จึงขอ
ให้ท่านผู้อ่านหมั่นทบทวน tense ทั้ง 5 tenses นี้ให้เข้าใจเป็นอันดีก่อนที่จะไปศึกษาอีก
7 tenses ที่เหลือ
 [tenses(B)]

 

                    
1. PRESENT SIMPLE TENSE

   The trick of using Present Simple is ‘fact’, so thing that is
true in your thought or in everyday life or in nature is present
simple.

   กลเม็ดหรือกุญแจของการใช้ present simple ก็คือ ‘ข้อเท็จจริง’ ดังนั้น:

   ๑. เหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ที่ตัวผู้ใช้เองคิดว่าเป็นจริง

   ๒. ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นปกติวิสัย (usually) เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ (always) เกิดขึ้นบ่อยๆ (often) หรือข้อเท็จจริงที่เป็นจริงเสมอ (truth)

   ทั้งหมดนี้ เราใช้ในรูปของ present simple ได้ทั้งสิ้น ดังนี้

–These foods are so delicious.

–She is very attractive.

    –I’m Thai.

–James lives in Thailand with his wife.

–You look great.

–Tom seems tired.

–The light is on/off.

–They are musicians.

    Is more expensive always better?

–We always meet at Center Point on Sunday afternoon.

–Sally often calls home from work.

–The sun is the center of the solar system.

    –Some people still think the earth is flat.

2. PRESENT CONTINUOUS TENSE

    The trick of using Present Continuous is ‘is-happening’, so thing that ‘is happening’ in your mind is present continuous.

    กลเม็ดหรือกุญแจของการใช้ present continuous ก็คือ ‘กำลังดำเนิน
อยู่’ ดังนั้น เหตุการณ์อะไรก็ตามที่เราคิดว่ากำลังดำเนินอยู่ต่อหน้าหรือลับหลัง
เรา
เราใช้ในรูปของ present continuous ได้ เช่น:

–I am clicking.

–The children are getting fat.

–I am googling the name I want to search for on the Internet.

–They are doing some shopping.

    –My roommate is talking with her guest downstairs.

    –Are you telling me that Jim is her new boyfriend?

    –I’m working for him.

–He is always making loud noise.

–The rain is pouring outside.

–The wind is blowing.

–The movie is showing in the theatre near you.

–This week the weather is changing.

–The temperature is rising today.

    –The universe is expanding.

–The world is being crazy.

–We are having fun.

    –Now I’m living in a big city.

ข้อแตกต่างของ Present Simple และ Present Continuous

    Present simple และ present continuous ต่างก็เป็น tense ที่แสดง ‘ความเป็น
ปัจจุบัน’ ด้วยกันทั้งคู่ แต่มีข้อแตกต่างกันคือ present simple เน้นที่ ‘ข้อเท็จจริงที่แฝง
นัยของความถาวรไว้’ ส่วน present continuous เน้นที่ ‘การกำลังดำเนินอยู่ที่แฝงนัย
ของลักษณะชั่วคราวหรือชั่วขณะหนึ่งไว้’

    ดังนั้น เมื่อเราใช้คำกริยาคำเดียวกันกับ tense ทั้ง 2 นี้ ความหมายของคำกริยานั้นก็จะ
มีความหมายและนัยที่แตกต่างกันทั้งๆที่เป็นคำกริยาคำเดียวกัน เช่น

    a) Some chimpanzees can think.
        ลิงชิมแปนซีบางตัวสามารถใช้หัวสมองคิดหาเหตุผลได้
    b) I am thinking.
        ผมกำลังใช้ความคิด

    ประโยค a) และ b) ใช้คำกริยา think คำเดียวกันแต่ต่าง tense กัน ผลก็คือ ‘can
think’ ซึ่งอยู่ในรูป present simple จะมีความหมายและนัยที่แสดงถึง ‘ข้อเท็จจริงและ
ความถาวร’ นั่นคือ ‘can think’ นี้ จะเป็นความถาวรที่ติดตัวลิงชิมแปนซีบางตัวตลอดไป

   ส่วน ‘am thinking’ ซึ่งอยู่ในรูป present continuous จะมีความหมายและนัยที่
แสดงถึง ‘การกำลังดำเนินอยู่และมีลักษณะชั่วขณะหนึ่ง’ นั่นคือ ‘am thinking’ นี้ จะมี
ลักษณะชั่วขณะหนึ่ง คือ อาจหยุดคิดและหันไปทำสิ่งอื่นต่อเมื่อใดก็ได้

    ลองไปดูอีกตัวอย่างครับ
    a) I live in a big city.
        ฉันตั้งรกรากเป็นการถาวรอยู่ในเมืองใหญ่
    b) I am living in a big city.
        ฉันกำลังเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่

ความหมายของ ‘ความถาวร’ ของ ‘present simple’

    ความหมายของ ‘ความถาวร’ ของ ‘present simple’ แบ่งเป็น 2 ความหมายคือ
    1) การครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน
    2) ความหยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง

1) การครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน

    ความถาวรที่ ‘ครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน’ จะไม่คิดออกมาเป็นตัวเลข แต่เป็น
ที่รับรู้กันโดยนัยว่า ‘เป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน’

   เช่น I live in a big city. นั้น เมื่อเราพูดประโยคนี้ออกไป ผู้ฟังก็จะนึกภาพออกทันที
ว่า เราอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่มานานแล้ว คือ ตั้งรกรากเป็นการถาวร นั่นเอง

    ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติต่างๆ แม้บางเหตุการณ์จะมีช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน
แต่ก็เป็นการ
เน้นที่การเปลี่ยนแปลง จึงใช้ในรูปของ ‘present continuous’ ไม่ใช้ในรูป
‘present simple’ เช่น The temperature is rising. The universe is expand-
ing. เป็นต้น

2) ความหยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง

   ในบางสถานการณ์ความถาวรอาจหมายถึง ‘ความหยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง (stative)’ โดยไม่มีช่วงระยะเวลาที่ยาวนานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ เช่น เรากล่าวชมผู้หญิงคนหนึ่ง
ว่า She is very attractive. ประโยค present simple นี้ก็จะแสดงเฉพาะข้อเท็จจริง
ที่เป็น ‘ความหยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง’ ออกมา โดยไม่มีช่วงระยะเวลาที่ยาวนานเข้ามาเกี่ยว
ข้องด้วย

    อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์การใช้ present simple ก็จะแสดงนัยของ ‘ทั้งความ
หยุดนิ่งและช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน’ เช่น ถ้าเราเอาประโยค She is very attractive. ไปกล่าวชมภาพวาดโมนาลิซ่าซึ่งมีอายุหลายศตวรรษ is very attractive ก็จะแสดงนัย
ของ ‘ทั้งความหยุดนิ่งและช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน’ ออกมา

    นั่นคือ การที่ present simple จะแสดงเฉพาะข้อเท็จจริงที่เป็น ‘ความหยุดนิ่งไม่
เปลี่ยนแปลง’ เท่านั้น หรือแสดง ‘ทั้งความหยุดนิ่งและช่วงระยะเวลาที่ยาวนานด้วย’ ก็ขึ้น
อยู่กับว่าเราเอาประโยคของเราไปใช้ในสถานการณ์อะไรดังตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น

สรุป ‘หัวใจ’ ของ ‘present simple’

    Present simple ก็คือ ‘ข้อเท็จจริงที่แฝงนัยของความถาวรไว้’ โดยความถาวรนี้จะ
มีอยู่ 2 ความหมายคือ 1) การครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน และ 2) ความหยุดนิ่ง
ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนจะเป็นความหมายไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับประโยคที่เราใช้ในแต่ละสถาน
การณ์ 

    เช่น ถ้าประโยคที่เราใช้เป็น I live in a big city. ประโยคนี้ก็จะเป็นการแสดงถึง
ข้อเท็จจริงที่แฝงนัยของความถาวรที่ครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน

    แต่ถ้าประยคที่เราใช้เป็น She is very attractive. ประโยคนี้ก็จะเป็นการแสดงข้อ
เท็จจริงที่แฝงนัยของความถาวรที่เป็นความหยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง

    และเมื่อเราใช้ present simple ไปบ่อยๆเข้าการรับรู้ถึงนัยและความหมายดังกล่าว
นี้ก็จะค่อยๆเกิดขี้นเองโดยอัตโนมัติครับ

 

ความหมายของ ‘กำลังดำเนินอยู่’ ของ ‘present continuous’

    ความหมายของ ‘กำลังดำเนินอยู่’ ของ ‘present continuous’ จะครอบคลุมถึงการ ‘กำลังกระทำอยู่’ หรือ ‘กำลังเคลื่อนไหวอยู่’  หรือ ‘กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่’  ด้วย เช่น I am living in a big city. I’m working. The wind is blowing. The weather is changing. เป็นต้น

    นั่นคือ เหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ที่เข้าข่าย ‘กำลังดำเนินอยู่/กำลังกระทำอยู่/กำลังเคลื่อน
ไหวอยู่/กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่’ เราสามารถใช้ในรูป ‘present continuous’ ได้หมด

กลเม็ดการใช้ ‘present simple’ และ ‘present continuous’ ใน
เชิงปฏิบัติ

    ในการใช้จริงหรือการใช้ในเชิงปฏิบัติของ ‘present simple’ และ ‘present
continuous’ จะมีดังนี้

    ถ้าเราคิดว่าเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่เป็น ‘ข้อเท็จจริง’ ก็ให้เราใช้คำกริยาของเราในรูป
‘present simple’ ได้ทันที ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ PRESENT SIMPLE TENSEข้างต้น ส่วนนัยแฝงที่เป็นความถาวรอันเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน หรืออันเป็นความหยุด
นิ่งไม่เปลี่ยนแปลงนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ที่รับสารจากเราจะต้องไปตีความเอาเองครับ

    และถ้าเราคิดว่าเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่เป็นการ ‘กำลังดำเนินอยู่/กำลังกระทำอยู่/กำลัง
เคลื่อนไหวอยู่/กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่’ ก็ให้เราใช้คำกริยาของเราในรูป ‘present conti-
nuous’ ได้ทันที ส่วนนัยแฝงที่เป็นลักษณะชั่วคราวหรือชั่วขณะหนึ่งนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ที่
รับสารจากเราจะต้องไปตีความเอาเองอีกเช่นกัน

    อนึ่ง ในภาษาอังกฤษมีคำกริยาอยู่คำหนึ่ง คือ seem ที่นิยมใช้กับ ‘present simple’ และ ‘past simple’ เท่านั้น ไม่นิยมใช้กับ ‘present continuous’ หรือ ‘continuous tense’ อื่นๆ ดังนั้น เราอย่าเผลอใช้ seem ในรูป ‘continuous’ เข้าก็แล้วกัน

    แต่ถ้าจะใช้ seem เพื่อแสดงว่ากำลังดำเนินอยู่ ก็จะไม่ใช้  ‘continuous’ กับ seem โดยตรง แต่จะใช้กับคำกริยาคำอื่นแทนดังนี้

    –It seems that he is kissing her.


3. PAST SIMPLE TENSE

    The trick of using Past Simple is ‘happened-and-finished’, so things that ‘happened and finished’ in a second, in an hour or a week ago, etc. are all past simple.

   กลเม็ดหรือกุญแจของการใช้ past simple ก็คือ ‘ได้เกิดขึ้นและได้จบสิ้น
ไปแล้ว’ ดังนั้น เหตุการณ์อะไรก็ตามที่เราคิดว่าได้เกิดขึ้นและได้จบสิ้นไปแล้ว จะ
เมื่อ 1 วินาทีที่แล้ว, 1 ชั่วโมงที่แล้ว, 1 วันที่แล้ว, 1 สัปดาห์ที่แล้ว หรือ 1 เดือน
ที่แล้ว เราก็ใช้ในรูปของ past simple ได้ทั้งสิ้น โดยจะมีวิเศษณ์แสดงเวลาใน
อดีตอยู่ในประโยค
ด้วยหรือไม่ก็ได้ ดังนี้:

–What did you say?

Did you see that girl who just walked past us?

    –He was dead yesterday.

–I met her last month.

–I came across my old friend on Wednesday evening.

–I bought this phone two weeks ago.

    –The company was established in 2001.

–She finished her study when her parents lived abroad.

    –Mary always watched TV after dinner.

–I sometimes drank coffee in the evening.

–Sir Alex often yelled at his own players.

–He used to smoke two packs of cigarette a day.

    –Sir Alex used to be a football coach.

–Beckham and Giggs would always play football together.

–She was shocked and started to cry.

    –This morning she worked at home.
        เมื่อเช้านี้เจ้าหล่อนทำงานอยู่ที่บ้าน
        (ขณะที่พูดประโยคนี้อยู่ในช่วงบ่ายหรือเย็น คือ เลยช่วงเช้ามาแล้ว)

วิเศษณ์แสดงเวลาในอดีตของ past simple

    เราควรทราบไว้ด้วยว่าวิเศษณ์แสดงเวลาในอดีตของ past simple เช่น yesterday
หรือ last month ฯลฯ นั้น จะถูกพิจารณาเป็นเพียงแค่ ‘จุดหนึ่งของเวลาในอดีต’ เท่านั้น

    เมื่อเราใช้ประโยคของเราในรูป past simple ออกไป ก็แสดงว่าเราได้ผ่านพ้นจุดหนึ่ง
ของเวลาของ yesterday หรือ last month ฯลฯ มาแล้ว นั่นคือ yesterday หรือ last month ฯลฯ ‘ได้เกิดขึ้นและได้จบสิ้นลงไปแล้ว’ นั่นเอง เราจึงใช้ประโยคของเราในรูป past simple

4. PRESENT PERFECT TENSE

    The trick of using Present Perfect is ‘duration-from-past-
up-to-now’, so when we use present perfect we always have
‘up to now’ in mind.

   กลเม็ดหรือกุญแจของการใช้ present perfect ก็คือ ‘
ช่วงระยะเวลาจาก
อดีต
ที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’ และในขณะที่เราจะใช้ present perfect ก็ให้
นึกถึงคำว่า ‘จนถึงปัจจุบัน’ ไว้ในใจก็จะทำให้การใช้ present perfect ของ
เราง่ายขึ้น เพราะคำว่า ‘จนถึงปัจจุบัน’ แทนความหมายยาวๆของ ‘ช่วงระยะ
เวลาจากอดีตที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’ ได้พอดี

   เหตุการณ์ที่ใช้กับ present perfect (has/have + v3) มีดังนี้

   ๑. เหตุการณ์ที่ดำเนินมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น

       –We have remembered your account.
         จนถึงปัจจุบันเราจำบัญชีชื่อผู้ใช้ของคุณได้แล้ว

       –They haven’t arrived yet.
         จนถึงปัจจุบันพวกเขายังมากันไม่ถึงเลย

     
–My bus hasn’t left the terminal.
            ถึงตอนนี้รถโดยสารที่ฉันจะเดินทางไปด้วยก็ยังคงไม่ออกจากสถานี

       –There has been flooding in some areas of the north.
           จนถึงปัจจุบันยังคงมีสภาวะน้ำท่วมในบางพื้นที่ของภาคเหนือ

       –I have lived in a big city for fifteen years.
           จนถึงปัจจุบันฉันพำนักอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เป็นเวลา 15 ปีแล้ว

       –He has married her since 2005.
            เขาแต่งงานกับเจ้าหล่อนมาตั้งแต่ปี 2005 มาจนถึงปัจจุบัน

       –How long have you lived here?
            จนถึงปัจจุบันคุณอาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้ว?

       –Have you done your homework yet?
            จนถึงปัจจุบันเธอทำการบ้านเสร็จรึยัง?


       –Have you seen Nick recently?
            เมื่อเร็ว ๆ นี้จนถึงปัจจุบันเธอได้เจอะเจอนิคบ้างไหม?

       –I have been here for 2 weeks.
            จนถึงปัจจุบันฉันอยู่ที่นี่มา 2 สัปดาห์แล้ว

       –This is the first time we have met.
            จนถึงปัจจุบันนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกัน

       –This morning she has worked at home.
            ตลอดทั้งช่วงเช้านี้เจ้าหล่อนทำงานอยู่ที่บ้าน
            (ต้องใช้ present perfect เพราะขณะที่พูดประโยคนี้ยังอยู่ในช่วงเวลาของ this morning
              อยู่ ถ้าพูดประโยคนี้ในช่วงบ่ายหรือเย็นก็จะใช้ในรูป past simple นั่นคือ This morning
              she worked at home)


   ๒. เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนี้

       –I have tried that game.
         จนถึงปัจจุบันฉันได้เคยลองเล่นเกมนั้นมาแล้ว

       –I have clicked on this website before.
            จนถึงปัจจุบันฉันเคยคลิ๊กเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้มาก่อนแล้ว

       –I have clicked on this website twice.
            จนถึงปัจจุบันฉันเคยคลิ๊กเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้แล้วสองครั้ง

      –I have clicked on ‘englishtrick.com’ many times.

จนถึงปัจจุบันฉันเคยคลิ๊กเข้ามาเยี่ยมชม englishtrick.com แล้วหลายครั้ง

       –I have never cooked before until today.
            จนถึงปัจจุบันฉันยังไม่เคยทำอาหารมาก่อน จนกระทั่งวันนี้

       –Have you ever been to Phuket?
            จนถึงปัจจุบันคุณเคยไปภูเก็ตมารึยัง?

       –She has been to the states twice.
            จนถึงปัจจุบันเจ้าหล่อนเคยไปสหรัฐฯมาแล้ว 2 ครั้ง

    ๓. เหตุการณ์ในอดีตที่ดำเนินมานั้นได้จบสิ้นลงก่อนปัจจุบัน แต่ยังมีผลปรากฏ
อยู่ในปัจจุบัน
ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์ใดในอดีตที่ดำเนินมา และได้จบสิ้นลงก่อน
ปัจจุบัน และมีผลปรากฏให้เห็นอยู่ เราก็พูดประโยค present perfect ออกมา
ได้ตามผลที่ปรากฏให้เห็นอยู่นั้น ดังนี้

       –They have arrived.
            จนถึงปัจจุบันพวกเขาได้มาถึงกันแล้ว
            (ผลที่ปรากฏให้เห็นอยู่ก็คือ  ‘พวกเขากำลังทักทายกับเจ้าภาพ’ หรืออะไรทำนองนี้)


       –I have sent my email.
         จนถึงปัจจุบันฉันได้ส่งอีเมวล์ของฉันไปแล้ว
           
(ผลที่ปรากฏให้เห็นอยู่ก็คือ  ‘email กำลังเดินทางไปถึงผู้รับ’ หรืออะไรทำนองนี้)

       –I have finished my breakfast.
            ฉันทานอาหารเช้าเสร็จพอดี
         
(ผลที่ปรากฏให้เห็นอยู่ก็คือ  ‘ฉันอิ่ม’ หรืออะไรทำนองนี้)

       –I have just lost my pen.
            ฉันเพิ่งทำปากกาหายไปพอดี
            (ผลที่ปรากฏให้เห็นอยู่ก็คือ  ‘ฉันไม่มีปากกาใช้’ หรืออะไรทำนองนี้)

       –I have already bought my new shoes.
            ฉันซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาเรียบร้อยแล้ว
            (ผลที่ปรากฏให้เห็นอยู่ก็คือ  ‘ฉันมีรองเท้าคู่ใหม่ใช้’ หรืออะไรทำนองนี้)

วิเศษณ์แสดงเวลาในอดีตของ present perfect

    Present perfect สามารถใช้กับวิเศษณ์แสดงเวลาในอดีต ดังนี้ just, finally, lately, recently, for 2 weeks และ since 2005 เป็นต้น

    เราจะใช้วิเศษณ์แสดงเวลาในอดีตเหล่านี้ในกรณีที่เราต้องการระบุว่า ‘ช่วงระยะเวลาใน
อดีตนั้นๆย้อนกลับไปเริ่มต้น ณ เวลาใดในอดีตก่อนจะดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’

    เช่น ถ้าเราเลือกใช้ just กับประโยค present perfect ของเรา ก็แสดงว่า ‘ช่วงระยะ
เวลาในอดีตของเราย้อนกลับไปแป๊บเดียวก่อนจะดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’ เพราะ just หมาย
ถึง ‘เพิ่งเกิดขึ้น’ นั่นเอง

    แต่ถ้าเราใช้ for 2 weeks ก็แสดงว่า ‘ช่วงระยะเวลาในอดีตของเราย้อนกลับไป 2 อาทิตย์ก่อนจะดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’

    และถ้าเราใช้ since 2005 ก็แสดงว่า ‘ช่วงระยะเวลาในอดีตของเราย้อนกลับไปถึงปี
ค.ศ. 2005 ก่อนจะดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’

    เมื่อเป็นดังนี้ วิเศษณ์แสดงเวลาในอดีตที่ใช้กับ present perfect จึงถูกพิจารณาเป็น ‘ช่วงระยะเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน’ ไม่ใช่แค่ ‘จุดหนึ่งของเวลาในอดีต’ เหมือน past
simple

    สรุปก็คือ เมื่อเรานำวิเศษณ์แสดงเวลาในอดีตใดๆมาใช้กับ present perfect วิเศษณ์
แสดงเวลาในอดีตนั้นๆก็จะมีความหมายสอดคล้องกับหัวใจของ present perfect ไปด้วย นั่นคือ ‘ช่วงระยะเวลาจากอดีตที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน’ นั่นเอง

    นอกจากนี้ยังมีคำวิเศษณ์อีกกลุ่มหนึ่งได้แก่ ever, already และ yet โดย ever ใช้เน้น
ย้ำว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ‘เคย’ ทำอะไรมาบ้าง

    ส่วน already ใช้เน้นย้ำว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ทำบางสิ่ง ‘เสร็จเรียบร้อยแล้ว’

    และ yet จะใช้ในกรณีที่ present perfect เป็นประโยคคำถามหรือปฏิเสธ เพื่อเน้นถึง
ความเป็นประโยคคำถามหรือปฏิเสธนั้นๆ

       (อ่านต่อหน้า 2)                         1   2

  [back to top] or [home]

                            ภาพ animation โฆษณากับเรา
copyright

  

 

 

 

 

 

 

 

 

ad_adu1 ad_adu2
ad_adu3 ad_adu4
ad_adu5 ad_adu6

ad_cam1 ad_cam2
ad_cam3 ad_cam4
ad_cam5 ad_cam6


ad_ta1ad_ta2
ad_ta3ad_ta4

             
click_detail click_detail